เจาะลึกสังคมของผู้สูงวัยในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างไร

Elderly Society Japan

ประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่มีระบบเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากๆ ของเอเชียและของโลก แต่แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีการพัฒนามากแค่ไหนเรื่องของวัฒนธรรมก็เป็นสิ่งที่พวกเขายังคงอนุรักษ์ไว้ไม่เสื่อมคลายไม่ว่าจะเป็นประเพณีต่างๆ อาหาการกิน การแต่งกาย รวมไปถึงการปฏิบัติตนด้วย แต่ในปัจจุบันนี้สิ่งหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาเป็นอย่างมากก็คือเรื่องของจำนวนผู้สูงวัยในประเทศมีอัตราเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งดูทีท่าแล้วก็เกิดได้จากปัจจัยหลายๆ ประการที่ส่งผลให้ทุกวันนี้สังคมของคนญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่สังคมของผู้สูงวัยมากขึ้นกว่าที่เคยผ่านมา

สังคมผู้สูงวัยในประเทศญี่ปุ่น

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดเรื่องของสังคมผู้สูงวัยในประเทศญี่ปุ่นจนนำพามาสู่เรื่องของปัญหานั่นคือการที่คนญี่ปุ่นในยุคนี้แต่งงานกันช้าลง นอกจากจะแต่งงานช้าลงแล้วยังมีการวางแผนครอบครัวแบบคนสมัยใหม่นั่นคือไม่มีลูก ถึงขนาดว่าสมาคมวางแผนครอบครัวของญี่ปุ่นได้มีการเปิดเผยข้อมูลว่าตอนปี 2554 ญี่ปุ่นมีชายโสดอายุระหว่าง 18-34 ปี ที่ไม่แต่งงาน 61% และผู้หญิงอายุเดียวกัน 49% ไม่ยอมขอมีความสัมพันธ์แบบโรแมนติกกับผู้ชาย นั่นแสดงให้เห็นว่าช่วงวัยที่พวกเขาควรจะแต่งงานหรือมีครอบครัวกลายเป็นว่าพวกเขาเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบคนโสดมากกว่า แต่ปัจจัยตรงนี้ก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วนั่นเอง ด้วยเทคโนโลยีของญี่ปุ่นก้าวไกลไปมากทำให้คนโสดจำนวนมากมองว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องหาความสุขจากเพศตรงข้ามหรือจากการมีครอบครัวก็ได้ เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเติมเต็มความต้องการด้านต่างๆ ให้กับพวกเขาแบบครบถ้วน แน่นอนว่าเมื่อเจาะลึกลงไปจริงๆ การที่ญี่ปุ่นกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุผลกระทบที่ตามมาอย่างมากคือเมื่อผู้สูงอายุจำนวนมากเกิดการเจ็บป่วย รัฐจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเหลือดูแลด้านการรักษาพยาบาลทำให้มีผู้เจ็บป่วยมากขึ้น ซ้ำร้ายคนที่จะคอยดูแลกลับน้อยลงบวกกับคนรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาพัฒนาประเทศก็ลดน้อยตามไปด้วย ซึ่งเมื่อมองในระยะยาวอาจส่งผลกระทบในอนาคตต่อประเทศได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตามก็ต้องยอมรับสิ่งหนึ่งว่าการที่สังคมของญี่ปุ่นมีคนสูงอายุมากขึ้นก็มาจากการดูแลสุขภาพที่ดีของพวกเขาด้วยเหมือนกัน นี่คือจุดเด่นที่ทำให้พวกเขามองว่าการไม่มีครอบครัวก็ไมได้ส่งผลกระทบเสียหายอะไร ตรงจุดนี้ยังเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆ ประเทศยังคงฉุกคิดถึงผลกระทบที่อาจตามมาได้หากเกิดขึ้นกับประเทศของตนเองเข้าบ้างจริงๆ ในไม่ช้านี้