การเตรียมตัวหลังวัยเกษียณ

วัยเกษียณ

ส่วนใหญ่แล้วสังคมจะกำหนดให้คนในวัย 60 ปีบริบูรณ์เป็นวัยเกษียณ หรือวัยที่พ้นสภาพจากการทำงานนั่นเอง ซึ่งหลายคนเมื่อต้องเข้าสู่วัยเกษียณ ก็จะเกิดความคิดมากมายขึ้นมาในหัว ว่าต่อไปจะทำอะไร อยู่บ้านเฉยๆ จะเป้นภาระของลูกหลานหรือไม่ เงินที่มีอยู่จะพอในการใช้ชีวิตต่อจากนี้ไปหรือไม่ ซึ่งความคิดต่างๆ เหล่านี้บางครั้งก็ส่งผลกระทบกับร่างกายและจิตใจจนทำให้เกิดอาการเครียดได้

โดยพื้นฐานครอบครัว สภาพแวดล้อมของคนเรานั้นย่อมมีความแตกต่างกันออกไปเป็นธรรมดา บางคนเข้าสู่วัยเกษียณเพื่อที่จะพักผ่อนอยู่บ้าน มีลูกหลานคอยดูแล แก้เหงา บางคนไม่มีใครก็ต้องอยู่บ้านแบบเหงาๆ คนเดียว ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการวางแผนล่วงหน้านั่นเอง นอกจากวางแผนทางด้านการเงิน การชีวิต สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การปรับเปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ดีของวัยเกษียณออกไป เมื่อเรามีการวางแผนและเตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณจริงๆ ก็จะไม่กังวลกับสิ่งที่จะต้องเจอ หรือความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิต บางคนมีความเครียดเพราะรายได้ต้องสูญเสียไป บทบาทหน้าที่ อำนาจทางสังคมก็เปลี่ยนไป ทางที่ดีที่สุดก็คือการยอมรับนั่นเอง

ดังนั้นสิ่งที่ควรเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ ก่อนเข้าสู่วัยเกษียณก็คือ พร้อมที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เรื่องของสุขภาพ เพราะเมื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรค เราก็จะมีความสุขทั้งกายทั้งใจ สิ่งที่สามารถทำได้คือ หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเอง ไม่ว่าจะเป็นอาการนอนไม่หลับ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หรือลดลง ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรทานอาหารให้เหมาะสมกับวัยของตน เช่นอาหารที่ย่อยง่าย อย่างเนื้อปลา ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่างผักผลไม้ต่างๆ  เมื่อมีเวลาว่างมากๆ ควรหากิจกรรมยามว่างทำ เพื่อให้ร่างกายให้ออกแรง เป็นการออกกำลังกายแบบเบาๆ ไปในตัว และที่สำคัญคือมองโลกในแง่ดี ทำตัวให้ร่าเริง สร้างความสุขให้ตัวเองและคนรอบข้างให้มากๆ ในการสร้างความสุขในชีวัตหลังวัยเกษียณ สามารถที่จะทำได้หลายอย่าง เช่น การทำประโยชน์ให้กับสังคม ศึกษาธรรมมะ อยู่กับธรรมชาติให้จิตใจสงบสุข ไม่ฟุ้งซ่าน

ในส่วนของการเงินในวัยเกษียณแน่นอนว่า เมื่อหมดสภาพของการทำงาน รายได้ต่อเดือนจะต้องลดลงอย่างแน่นอน สิ่งที่เตรียมได้ก่อนก็คือ การออมเงินนั่นเอง เพื่อวันนั้นมาถึงเราจะได้อุ่นใจว่าเรายังพอมีเงินที่ออมไว้อยู่ หรือจะเป็นการหาเงินอดิเรกที่สามารถสร้างรายได้ทำ ตามความถนัด และความสามารถที่วัยของตัวเองสามารถทำได้ นอกเหนือจากนี้ก็คือวินัยในการใช้จ่าย ให้ประหยัด ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย